วัดปทุมวนาราม ราชวรวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดราชวรวิหาร ตั้งอยู่ที่ ถนนพระรามที่ 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร มีจุดเด่นคือเป็นวัดกลางเมือง ตั้งอยู่ระหว่างศูนย์การค้า 2 แห่ง คือสยามพารากอนและเซ็นทรัลเวิลด์ และเป็นจุดแบ่งระหว่างย่านการค้าใจกลางเมือง 2 แห่ง คือย่านสยาม และย่านราชประสงค์
วัดปทุมวนารามราชวรวิหาร เริ่มจากการเป็น พระอารามที่สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ทรงพระราชดำริถึงบริเวณนาหลวงแห่งหนึ่งซึ่งอยู่บริเวณริมคลองบางกะปิ ในพื้นที่ทุ่งพญาไท ซึ่งเป็นที่ลุ่มต่ำมีน้ำขังตลอดเวลาและมีบัวขึ้นอยู่ทั่วไป ซึ่งบริเวณดังกล่าวเป็นที่อยู่ของชาวลาวล้านช้างที่ถูกกวาดต้อนเข้ามาเมื่อครั้งสยามไปตีกรุงเวียงจันทร์ (ศึกเจ้าอนุวงศ์)
รัชกาลที่ ๔ ทรงมีพระราชประสงค์จะทำที่แห่งนี้ให้เป็นรมณียสถานนอกพระนคร สร้างสระบัวอันงดงามเพื่อเป็นที่เสด็จประภาสสำราญพระราชหฤทัยในยามว่างจากพระราชกิจ
ในปี พ.ศ.๒๓๙๖ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาพิชัยญาติ (ทัต บุนนาค) เป็นแม่กอง ให้พระยาสามภพพ่าย (หนู หงสกุล) เป็นนายงาน ตกลงจ้างจีนขุดลอกสระกว้าง ๒ สระ ปลูกบัวพันธุ์ต่างๆ ไว้ ทั้งบัวสาย บัวผัน บัวเผื่อน บัวหลวง และมีเกาะน้อยใหญ่ บนเกาะปลูกพืชผักพรรณและไม้ดอก
ทางฝั่งเหนือของสระในกำหนดเป็นเขตหวงห้ามส่วนพระองค์ ส่วนสระนอกอนุญาตให้เป็นที่เล่นเรือของข้าราชการและราษฎรทั่วไป พระราชทานนามว่า ‘ปทุมวัน’ แปลว่า ‘ป่าบัวหลวง’ หรือเรียกกันอย่างลำลองว่า ‘สระปทุม’ ส่วนบริเวณที่ประทับพระราชทานนามว่า วังสระปทุม
ครั้นสร้างวังและสระปทุมเสร็จเรียบร้อยแล้ว เมื่อปี พ.ศ.๒๔๐๐ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างวัดขึ้นที่ทิศตะวันตกของสระนอก เพื่อพระราชทานพระราชกุศลแก่สมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี พระอัครมเหสีในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ และพระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕
ทรงพระราชทานนามของวัดว่า “วัดปทุมวนาราม” แต่ชาวบ้านมักเรียกว่า วัดสระปทุม หรือ วัดสระ
ได้ทรงกรุณาโปรดเกล้าฯ อาราธนาพระครูชื่อ ก่ำ คุณสมฺปนฺโน ซึ่งเคยเป็นพระฐานานุกรมเมื่อครั้งที่ทรงผนวชอยู่ที่
วัดบวรนิเวศวิหาร (วัดบวรนิเวศ ราชวรวิหาร) มาเป็นเจ้าอาวาส แล้วพระราชทานสมณศักดิ์เป็น พระครูปทุมธรรมธาดา
แล้วนิมนต์พระภิกษุในฝ่ายธรรมยุติกนิกายมาอยู่ประจำ
“ตำบลปทุมวัน” แห่งนี้ เมื่อครั้งในสมัยรัชกาลที่ ๓ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวนั้น เป็นสถานที่อันสงบและห่างไกลความวุ่นวาย เพราะมีครอบครัวชาวลาว (อาณาจักรล้านช้าง) ที่ถูกกวาดต้อนมาเมื่อครั้งเวียงจันทร์พ่ายศึกสมัยเจ้าอนุวงศ์
พวกเขาได้มาสร้างบ้านแปลงเรือนอยู่ตามริมคลองแสนแสบบริเวณสองฟากฝั่งเป็นทุ่งนาเป็นบริเวณที่ประกอบการกสิกรรมโดยชาวลาวเหล่านี้การคมนาคมไม่สะดวกนัก ไม่มีเส้นทางรถ มีทางจะติดต่อกับพระนครได้โดยทางเรือเท่านั้น
ในปัจจุบันนี้ บริเวณพื้นที่โดยรอบได้พัฒนาเจริญไปมาก ถือได้ว่าเป็นศูนย์กลางความเจริญในกรุงเทพมหานคร
พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์
ความเชื่อสำคัญของวัดแห่งนี้ผูกพันอยู่กับความศักดิ์สิทธิ์ของ “พระพุทธรูปพี่น้อง” ที่อัญเชิญมาจากเวียงจันทน์ ได้แก่ พระเสริม และ พระแสน ซึ่งประดิษฐานอยู่ในพระวิหาร โดยมีความเชื่อว่าพระพุทธรูปทั้งสองเป็นพระพุทธรูปโบราณที่มีเทวดารักษา ให้พุทธคุณทางด้านความร่มเย็นเป็นสุขและความสำเร็จในชีวิต

นอกจากนี้ วัดปทุมวนารามยังเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของความกตัญญูและสถาบันพระมหากษัตริย์ เนื่องจากเป็นที่ตั้งของพระสถูปเจดีย์ราชสกุลมหิดล ที่บรรจุพระบรมอัฐิและพระอัฐิของเจ้านายหลายพระองค์ รวมถึงสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (สมเด็จย่า)

